Fic_SherlockBBC : Unguarded[เผลอ]_01

 Title : Unguarded[เผลอ]

Paring : Sherlock x Watson [BBC]

Chapter : 01

Rate : 🔞

Warning : non-con 

Note : 10/11/2020 กลับมารีไรท์? ฟิคเรื่องแรกในชีวิต ที่นับเป็นความผิดบาปมาก ตอนเขียนยังเด็กมากค่ะ ผิดพลาดอะไรไปเยอะมาก แต่ยังอยากเก็บพล็อตเอาไว้555555 เอนจอยนะคะ


......

 


            ช่วงแรกที่ผมตกลงแชร์ห้องกับเพื่อนใหม่ทำให้ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมหลายอย่าง อันที่จริงทหารมักคุ้นเคยกับการปรับตัวในทุกสถานการณ์ แต่นี่มันออกจะนอกเหนือจากที่คิดไว้โขเลย...

 

            ถึงผมกับเชอร์ล็อครู้จักกันได้ไม่นานนัก แต่เขาก็มีหลายอย่างในตัวที่ทำให้ผมประหลาดใจได้เสมอ มันสมองเฉลียวฉลาด ว่องไว สายตาอันเฉียบคมที่คอยจับสังเกตข้อสงสัยทุกอย่างนั้นนับเป็นข้อดีที่สุดของเพื่อนนักสืบที่ผมรู้สึกได้ แต่ยังไงก็ตามเขาก็มีข้อเสียตามมาอีกเป็นกระบุง เช่นแอบเอาบุหรี่ยัดไว้ในรองเท้าแตะ หรือเอาหัวใครต่อใครไปแช่ไว้ในตู้เย็น หรือเอาลูกตาคนไปเก็บไว้ในไมโครเวฟ

 

            มันอาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ผมก็ทำใจให้ชินไม่ได้สักที

 

            ค่ำวันนี้หลังจากที่กลับจากซุปเปอมาร์เก็ตผมหอบหิ้วถุงพะรุงพะรังเข้าไปในห้อง จริงๆก็ไม่หนักหนาอะไร แต่ถ้ามี 'บางคน' มีน้ำใจมาช่วยถือคงจะดี

 

            “นายซื้อขนมมารึเปล่า”พ่อเพื่อนนักสืบหัวเห็ดนั่งไขว่ห้างบนโซฟาถามขึ้น 

 

            “เปล่า”ผมหอบของเลี้ยวเข้าห้องครัวไป

 

            “แล้วแบคทีเรียของฉันจะกินอะไรล่ะจอห์น”

 

            “นายควรจะถามว่า ฉันจะกินอะไรมากกว่านะเชอร์ล็อค แล้วนี่ก่อนฉันออกไปฉันจำได้ว่าบอกให้นายเก็บพวกหลอดทดลองบนโต๊ะแล้วไม่ใช่หรอ”ผมบ่น

 

            “นั่นเป็นที่ของมันอยู่แล้ว”

 

            “นี่มันโต๊ะกินข้าว!” ยังไงก็ดีเขาไม่ยอมให้ผมแตะต้องสารเคมีต่างๆบนโต๊ะแน่นอน เชอร์ล็อคดีดตัวขึ้นจากโซฟา ลงมือย้ายของเล็กๆน้อยๆเพิ่มพื้นที่บนโต๊ะกินข้าว แต่ก็เท่านั้น มันก็ยังรกอยู่ดี

.

.

.

            “ช่วงนี้ไม่มีคดีใหม่เข้ามาเลยรึไง”ผมถามหลังจากจัดแจงของต่างๆเข้าตู้เย็นเรียบร้อย

 

            “ถ้ามันมีนายจะเห็นฉันนั่งเบื่อแบบนี้ไหมล่ะ”คนตัวสูงเดินเอื่อยๆกลับไปนั่งที่เดิมอีกครั้ง ทีนี้เขาคว้าไวโอลินตัวโปรดมาดีดแก้เบื่อ เหม่อมองสายฝนเย็นฉ่ำยามค่ำคืนเทลงมา บรรยากาศภายในห้องอึมครึมลงทันตาเห็น เชอร์ล็อคลุกขึ้นจากเก้าอี้ พาดคันชักประจำที่บรรเลงไวโอลินคลอเสียงฝน ม่วงทำนองนั้นเต็มไปด้วยความหนักแน่นในอารมณ์ แอบแฝงความโศกเศร้า วิงวอน และสับสน ผมจ้องมองแผ่นหลังเหยียดตรงเบื้องหน้า ฝนซ่าที่เทกระหน่ำลงพื้นถนนอย่างกระแทกกระทั้น สลับกับเสียงไวรุนแรงและเร่งเร้า...พลันเสียงไวโอลินหยุดชะงักลงโดยไม่มีสาเหตุ

 

            “หยุดทำไมล่ะ กำลังเพลินเลย”ผมถามระหว่างที่กลับมานั่งบนเก้าอี้หน้าเตาผิง

 

            “ฉันไปต่อไม่ได้”เขาโยนไวโอลินลงบนเก้าอี้นวมของเขาอย่างไร้อารมณ์ พร้อมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเตาผิง

 

            “หือ..ทำไมกัน...”

 

            “ถ้าฉันจะตอบว่าไม่รู้ นายจะยอมเชื่อฉันไหม”ร่างสูงหันออกจากเตาผิงโน้มลงมาใกล้ๆ ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าราวกับได้ถูกสะกดให้ล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนต้องห้ามแสนอันตราย

 

            “ฉันเชื่อ...”ผมตอบแบบเหม่อลอย และสบตาเขานิ่ง

 

            “เพราะอย่างนั้น เพราะนายเป็นแบบนั้นไงจอห์นฉันถึงได้... ”เสียงทุ้มต่ำกลืนหายลงไปในลำคอ เขาหรุบตาลงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น พลันริมฝีปากอิ่มฉกวูบเข้าหาผมอย่างไม่ให้ตั้งตัว นัยน์ตาของผมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและพยามผลักร่างสูงออกไปแต่เหมือนจะไม่ได้ผล เขารุกล้ำความเป็นส่วนตัวและพัดพาอารมณ์ให้เตลิดไปไกลแสนไกล

 

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”สองมือของผมพยามผลักบ่ากว้างออกอย่างต่อต้านแต่ไม่เป็นผล เรียวขายาวของเขาแทรกตัวเขามาอยู่ตรงระหว่างขาของผมและกดตัวเองเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น

 

            “อึก..”เขาเข้าครอบครองริมฝีปากของผมอย่างดูดดื่มและหนักหน่วง ล่อลวงให้ผมถลำลึกลงไปอย่างฉุดไม่อยู่ นิ้วมือเรียวขาวซีดแทรกเข้าไปอยู่ในกลุ่มผมสีบรอนซ์อย่างถือสิทธิ์ ออกแรงดึงไปด้านหลังทำให้ผมแหงนหน้าขึ้น ริมฝีปากอิ่มผละจากปากของผมไล่เรื่อยลงมาที่สันกรามจูบเม้มเบาๆไล้ไปจนถึงใบหู

 

            “จอห์น”เขาเรียกผมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแสนหวานและขบเบาๆตรงแผ่นหู

 

            “หืม...”ผมครางตอบเขา นิ้วมือเรียวยาวแกะกระดุมเสื้อเม็ดแล้วเม็ดเล่าออกเผยแผงอกสีแทนของผมพลางลูบไล้อย่างเบามือ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบกระโจนออกมาข้างนอกและเหมือนเขาจะรับรู้ได้ ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างพึงใจแล้วกลับมาแสวงหาความฉ่ำหวานในโพรงปากของผมอีกครั้ง รุกเร้า ดื่มด่ำ และโหยหา ผมตอบสนองความหวามนั้นกลับอย่างเผลอใจ ตอนนี้เหมือนร่างกายของผมเหมือนโดนฉีดยาชาหัวสมองขาวโพลนไปหมด

 

            “อื้มมมมม”ผมครางเบาๆขณะที่เขาจูบไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆครอบครองยอดอกสีน้ำตาลอ่อนอย่างหยอกเย้า และควบคุมทุกๆอย่างไว้ในกำมือ ร่างสูงลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงรั้งร่างโซเซของผมไว้ในอ้อมแขน เรือนผมสีดำสนิทเลื่อนลงมาตรงซอกคอกอบโกยความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ

 

            “ตรงนี้ฉันไม่ถนัดจอห์น”เขากระซิบเบาๆ ผมรู้สึกว่าระยะทางจากห้องนั่งเล่นไปห้องนอนมันไกลก็วันนี้เพราะเขาไม่แม้แต่จะผละจากผมเลยสักเสี้ยวนาที มือเรียวซุกซนถอดเสื้อเชิ้ตของผมออกทิ้งไว้ตามทาง ประทับจูบร้อนแรงขับไล่ความหนาวเย็นของสายฝนด้วยเพลิงปรารถนาที่พร้อมจะเผาไหม้เราทั้งสองคนไปพร้อมกัน

 

. . . . .

 

            ร่างสูงผลักผมลงบนเตียงหนานุ่ม ปลดเปลื้องพันธนาการแห่งอาภรณ์ออกจากเรือนร่างอย่างรวดเร็ว เชอร์ล็อค์ไต่ขึ้นคร่อมปิดทางหนีทุกทาง มือเย็นเฉียบของเขาลูบไล้ต้นขาเปล่าเปลือยของผมอย่างเบามือและค่อยๆจูบไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ

 

            “อือ..”ผมกัดปากห้ามเสียงอย่างสุดความสามารถขณะที่เขาแยกขาของผมออกจากกัน อุ้งมือใหญ่กอบกุมจุดอ่อนไหวของผมพลางขยับขึ้นลงอย่างหยอกเย้า

 

            “อ๊ะ!...”นิ้วมือผมจิกแน่นลงบนเตียง ขแอ่นแผ่นหลังขึ้นด้วยความเสียวซ่านเกินจะรับไหว นิ้วมือเรียวยาวซุกซนยังคงรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของผมไม่หยุดหย่อน

 

            “นายกำลังฆ่าฉันทั้งเป็นจอห์น”เสียงทุ้มต่ำแหบลงด้วยความปรารถนา ริมฝีปากอิ่มพรมจูบไปทั่วทั้งเรือนร่างของผมพลางขยับข้อมือเร่งจังหวะสวาทอย่างเร่าร้อน

 

            “มะ...ไม่”ผมปฏิเสธ

 

            “โกหก”น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างหูผมเบาๆมือหนาผละจากจุดนั้นเลื่อนขึ้นมากดข้อมือผม “จับมือฉันจอห์น”ร่างสูงที่ทาบทับอยู่ด้านบนสั่ง นิ้วมือเย็นเฉียบแทรกเข้ามาระหว่างช่องนิ้วของผมพร้อมกับทับโถมร่างกายอันอุ่นร้อนลงมาหาอย่างหนักหน่วงแบบไม่ให้ตั้งตัว

 

            “อ๊ะ!”ความเจ็บร้าวแล่นเข้ามาเป็นริ้วๆปลุกผมให้ตื่นจากอารมณ์หวาม “เชอร์ล็อค...อ๊ะ....ฉันเจ็บ!” ผมดันเขาออกห่างและพยามที่จะหยุดการกระทำน่าอายนี้

 

            “จอห์น...อ่า...จอห์น”นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขาเสียงการควบคุมตัวเองด้วยเหตุผลไป ใบหน้าขาวแดงก่ำร่ำร้องชื่อของผมซ้ำไปซ้ำมา กลีบปากอิ่มร้อนบดขยี้ ดูดกลืนเสียงต่อต้าน ก่อนจะขับแทรกตัวเข้ามาในช่องทางคับแน่นอย่างยากเย็น

 

            “อึก..”น้ำตาใสหยดลงมาช้าๆความปวดร้าวตอกย้ำให้ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาฝังตัวเองสักพักและพยามขยับอย่างเนิบช้าพาเอาความเจ็บปวดอันแสนทารุณกลับมาอีกครั้ง

 

            "อ่า...มัน..แน่น”เขากระซิบเบาๆ ลมหายใจหนักๆเป่ารดใบหูผมพร้อมกับเสียงครางต่ำๆอย่างพึงใจ “มันจะไม่เจ็บไปกว่านี้”

 

            “นะ..นาย อื้อออออออ”ร่างสูงเบียดกระแทกเข้ามาอย่างสุดแรงผมกัดฟันแน่นพลางแอ่นหลังขึ้นรับความเจ็บปวดอย่างสุดจะทานทน ความเจ็บร้าวก่อนหน้าเทียบไม่ได้เลยสักนิดกับครั้งนี้เขาทำเกินไปแล้ว!

 

            “อ่าาาา..วัตสัน...อืมมม”ริมฝีปากอุ่นร้อนขบติ่งหูผมเบาๆ เสียงลมหายใจหอบกระเส่าเร้าอารมณ์หวามคุกรุ่นขึ้น “ปล่อยมันออกมาจอห์น เสียงของนาย”เสียงทุ้มต่ำสั่ง

 

            “ฉันเกลียดนาย!”ผมกัดริมฝีปากตัวเองแน่น มือเรียวยาวสลัดมือออกฉุดให้ผมลุกขึ้นนั่งบนตักและแทรกซึมเข้ามาอย่างหนักหน่วงตอกย้ำรอยช้ำที่เจ้าตัวเพิ่งก่อไปเมื่อกี้อย่างทารุณ มือขาวซีดบีบกระชับสะโพกของผมรั้งเบียดแนบชิดพร้อมขยับโยกส่งความเสียวซ่านเข้าไปภายใน แขนของผมโอบกระหวัดรอบคอเขาเพื่อพยุงตัวไว้ ผมสะบัดหน้าหนีริมฝีปากอิ่มที่พยามจะจูบผมอีกครั้งแต่เหมือนเขาจะไม่ยอม มือแกร่งขยุ้มกลุ่มผมสีบรอนซ์และรั้งใบหน้าของผมให้หันกลับมารับจูบของเขาอีกครั้งอย่างบงการ ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดรุกพันผม ทั้งเว้าวอน เรียกร้องชวนเคลิบเคลิ้มหลงใหล

 

            “จอห์น พลีส”เขาหยุดขยับสะโพกฉับพลันทิ้งให้อารมณ์ค้างอย่างขัดใจ ผมพยามขยับร่างเสียดสีอย่างโหยหาพลางขบริมฝีปากล่างของเขาเบาๆดูดเม้มไล้เรื่อยมาถึงโหนกแก้มสูงลืมเลือนความเจ็บปวดตอนแรกไปอย่างสิ้นเชิง

 

            “อื้อออ..ฉะ..ฉันไม่ไหว..แล้ว อื๊ออออออ”ความปรารถนาระเบิดขึ้นในสมอง เสียงครางยาวเร้าให้เชอร์ล็อคขย้ำฟัดบั้นท้ายผมอย่างรุนแรง สะโพกเพรียวของขยับส่ายเนิบนาบเหมือนลาวาที่ค่อยๆเดือดปะทุในปล่องภูเขาไฟที่จวนจะระเบิด

 

            “อ...อื้อ..อ๊าาาา...เชอร์ล็อคคคคค”ผมจิกมือเข้าเข้ากับแผ่นหลังขาวซีด แก่นกายแกร่งของเขาขยับเข้าหาความอ่อนนุ่มภายในตัว บดลึกจนผมได้แต่อ้าปากพะงาบ

 

            “มะ...ไม่ไหว..ละ”

 

            “อาาา...อย่าเพิ่ง”เสียงทุ้มเซ็กซี่กระซิบพลางเลื่อนลงมาไซ้ซอกคอของผมกอบโกยความอ่อนนุ่มกลับไปอย่างเต็มที่ จังหวะสะโพกกระแทกรัวและแรงขึ้นจนผมร้องเสียงหลง เนื้อเปล่าเปลือยกระทบถี่ยิบกันสลับกับเสียงหอบหายใจครวญครางดังขึ้นสู้กับเสียงสายฝนยามค่ำคืนที่เทกระหน่ำอยู่ด้านนอก

 

            “อะ....อ๊า..ไม่ไหวแล้ว”ผมร้องอีกครั้ง ความเสียวกระสันกำลังจะทำให้ร่างของผมแตกเป็นเสี่ยงๆ เสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะการขยับรุกเร็วถี่อันหนักหน่วง “ช...เชอร์ล็อคคคคคค อ๊าาาาา”

 

            เสียงครางระเบิดจากลำคอพลางแอ่นหลังเบียบชิดกับร่างสูงโอบรัดร่างของเชอร์ล็อคเอาไว้ ลาวาสีขาวขุ่นแห่งความปรารถนาปะทุออกมาอย่างสุขสมและเหนื่อยอ่อน ร่างสูงยังคงขยับอยู่ไม่หยุด ใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกถึงอารมณ์ปรารถนาที่ใกล้ถึงจุดปลดปล่อยเต็มที มือใหญ่กางออกรั้งสะโพกผมเข้าหาและกระแทกกระทั้น จนถึงจังหวะสุดท้ายเขาแทรกกายเขามาเต็มที่

 

            “จอห์นนนนน”เสียงทุ้มครางอื้ออยู่บนอกชื้นเหงื่อ ปลดปล่อยของเหลวอุ่นร้อนทะลักล้นเข้าไปในร่างกายของผม เราหอบฮักจากพายุแรงปรารถนาที่ผ่านไป เขาวางร่างอ่อนระทวยของผมลงบนเตียงและถอนตัวออกอย่างช้าๆปล่อยให้ผมเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเหนื่อยอ่อน

 

. .

 

            “งึมๆงำๆ”

 

            “หุบปากน่าเชอร์ล็อค นายละเมอพูดอยู่”ผมตื่นเพราะเสียงงึมงำของเขาในอ้อมกอดอุ่นพร้อมพบกับความปวดร้าวอย่างรุนแรงบริเวณบั้นท้าย ที่ผ่านการทรมานเมื่อคืนอย่างสาหัส ผมหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากเย็นและพยามตั้งสติ นึกลำดับเหตุการณ์ช้าๆ แต่แล้วภาพเมื่อคืนก็กลับฉายซ้ำขึ้นมาในมโนสำนึก เลือดร้อนฉ่าฉีดขึ้นหน้าผมอีกครั้งด้วยความอับอาย ผมมองแขนยาวของเขาพาดอยู่บนหน้าขาของผมอย่างตื่นตระหนก แล้วเจ้าตัวต้นเหตุของความเจ็บนี้ก็ค่อยๆแหวกม่านนิทรามาทักทายผมยามเช้า

 

            “อรุณสวัสดิ์จอห์น”เขาส่งยิ้มทะเล้น “มียาแก้อักเสบอยู่ในตู้เย็น เมื่อคืนฉันเผลอเล่นแรงไปหน่อย”ผมก้มหน้านิ่งซ่อนใบหน้าแดงก่ำจากสายตาของเข้าพร้อมกับฝืนความเจ็บปวดลุกตามหาเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งไว้รอบเตียง

 

            “ฉันต้องการคำอธิบายสำหรับเรื่องเมื่อคืน”ผมหันหลังใส่เสื้อผ้าแล้วพูดกับเขา พยามจะสะกดกลั้นความรู้สึกอับอายเอาไว้ ผมหยุดยืนนิ่งมองประตูไม่กล้าสบนัยน์ตาสีฟ้านั่น เชอร์ล็อคเงียบอยู่นานจนผมตัดสินใจเอ่ยปากก่อน “มันเป็นเรื่องของอารมณ์ที่อาจจะพลั้งเผลอเพราะบรรยากาศพาไป ทางที่ดีฉะ..ฉัน..อยากให้นายลืม..”

 

            “ฉันไม่เคยยกเอาอารมณ์เหนือเหตุผลจอห์น!”น้ำเสียงสะบัดของเขาขัดขึ้นบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นในใจ ร่างสูงลุกจากเตียงแขนยาวสอดเข้ามากอดผมจากด้านหลัง “ทุกการกระทำของฉันมีเหตุผลเสมอ และฉันก็ไม่ได้เผลอ..จอห์น”เขากระซิบข้างๆหูผมอย่างนุ่มนวลพร้อมกับกัดเบาๆ

 

            "อยะ..."

 

            "นายใจร้ายมากที่ขอให้ฉันลืมเรื่องเมื่อคืน"น้ำเสียงทุ้มติดเศร้าๆของเขาทำให้ผมตะลึงไปชั่วขณะ จมูกโด่งเป็นสันฝังลงบนแก้มของผม ใบหน้าเรียวเลื่อนลงมาซบลงบนบ่าสีแทน

 

            "นายคิดอะไรอยู่กันแน่"ผมหันไปถามเขา ริมฝีปากอิ่มยิ้มแย้มอวดฟันขาวกัดหมับลงบนบ่าของผม มือเรียวยาวเริ่มลูบไล้ท่อนแขนเบาๆ

 

            “ไม่จำเป็นต้องสนใจ” เขาตอบสั้นๆและรั้งผมเข้ากอดแน่น แน่นอนว่าผมขืนตัวออกมา

 

            “ยะ..”ผมสูดหายใจลึก หลับตากำหมัดแน่น ความรู้สึกต่างๆสับสนวุ่นวายไปหมดในสมอง บรรดาคำถามมากมายโถมเข้าจนผมตกใจ และหาคำตอบให้ไม่ได้ ไม่ใช่ตอนนี้...ความเจ็บร้าว เคลือบแคลงถูกตีประทับในใจของผมอย่างจัง ผมค่อยๆแกะแขนยาวที่โอบรอบตัวผมออกอย่างช้าๆและออกจากห้องไปเงียบๆ ความงุนงงสับสนยังคงวนเวียนอยู่ในใจ

 

“ฉันจะทำยังไงดี?”

 

...............

 

ป.ล.อ่าาาาาาาาาาาาฟิคเรื่องนี้มาท่ามกลางสายฝนเลยทีเดียว//หรือสายเลือดหว่า ขอบคุณเพลงจากยูทูปฮะ เป็นแรงบันดาลใจอย่างดีเลยทีเดียว อย่าสงสัยว่าทำไมอัพนิยายช้าเหอะๆ แต่งไปพลางจิกหมอนไปพลางหวังว่าทุกท่านคงเข้าใจดี><

ป.ล.2 ผ่านการแก้ไขและปรับใหม่เเย้วฮิๆ(22/06/2014) แอบสงสารคุณหมอเบาๆที่ตกอยู่ในอาการ After Shock มีตอนต่อแน่นอนล้าน แสน หมื่น พันเปอร์เซนต์(ด้วยความจิ้นและฟินของอิฉัน) ถ้าผิดพลาดยังไงคอมเมนต์ได้นะคร้าบผม เปิดใจกว้างรอรับเสมอฮะ (มาฟินกะนู๋ที นู๋เหงา55555)

.................

สวัสดีอีกครั้งนะฮะ...ไรท์คนเดิมเพิ่มเติมคือไขมัน(เดี๋ยวๆ) เชื่อแล้วครับว่าย้ายบล็อคใหม่ก็เหมือนย้ายบ้านT_T


#ขอบคุณที่พเนจรมาพบกัน

ความคิดเห็น